Tech and Digital disruption จุดเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการการเงินโลก

Fintech (Thailand) > Fintech blog  > Tech and Digital disruption จุดเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการการเงินโลก

Tech and Digital disruption จุดเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการการเงินโลก

อุตสาหกรรมการเงินในปัจจุบันเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจากการทำธุรกรรมทางการเงินจาก Offline Platform มายัง Online Platform มากขึ้น โดยเฉพาะการเข้ามาของ AI, Blockchain, Cryptocurrency เช่น สกุลเงิน Libra ที่ออกมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการจาก Facebook เมื่อเดือนที่แล้ว การเปิดตัวนี้สามารถสั่นสะเทือนวงการทางการเงินได้มากเลยทีเดียว โดยสกุลเงิน Libra นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนแปลงสำคัญครั้งยิ่งใหญ่ของระบบการเงินทั่วโลกซึ่งช่วยผลักดัน Ecosystem ให้ก้าวหน้ามากขึ้นด้วย

นอกจากนี้ สาเหตุจากต้นทุนการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านธนาคารพาณิชย์ที่เป็นปัญหามาช้านานนั้น เนื่องจากต้นทุนการทำธุรกรรมสูง ทั้งค่าธรรมเนียม อัตราดอกเบี้ย และการให้บริการต่างๆ ความลำบากในการพกพาเงินสดจ่ายเงินที่ไม่สะดวกเท่ากับการจ่ายเงินออนไลน์ การนำ Big Data ของลูกค้าไปใช้ประโยชน์แอบแฝง เป็นผลให้การเข้ามาของบทบาทการบริการทางด้านการเงินออนไลน์ที่ทั้งสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย มีมากขึ้น Digital Platform จึงสามารถตอบโจทย์ลูกค้าปัจจุบันได้เป็นส่วนใหญ่ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจ และประโยชน์สูงสุดจากการใช้บริการอย่างคุ้มค่า

ความต้องการปัจจัยพื้นฐานทางด้านการเงินของลูกค้าที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว จึงเป็นแรงผลักดันให้เกิดการ Switching จากสถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เปลี่ยนมาใช้บริการ Online Platform จากสถาบันการเงินที่เกิดขึ้นใหม่ในปัจจุบัน อย่าง FinTech Startup

จากแผนภาพข้อมูลจาก The Financial Brand ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการที่จะโยกย้ายการทำธุรกรรมทางการเงินไปยังสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร โดยเฉพาะคู่แข่งทางตรง นั้นก็คือช่องทางการทำธุรกรรมทางออนไลน์ อย่าง FinTech และคู่แข่งทางอ้อม อย่าง Amazon (AWS) เป็นต้น โดยล่าสุด Amazon เว็บไซด์ E-Commerce ยักษ์ใหญ่ของโลกล่าสุดจับมือกับธนาคาร Synchrony Financial เปิดตัว บัตรเครดิต Amazon Credit Builder ให้กลุ่มคนทั่วไปที่ต้องการเข้าถึงสินเชื่อ สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และจากผลสำรวจของ 10 สถาบันการเงินขนาดใหญ่ ได้ประมาณค่าเฉลี่ย 21% ของลูกค้าที่ใช้บริการกับสถาบันการเงินนั้น มีแนวโน้มว่าจะ Switching Brand ภายในระยะเวลาเพียง 12 เดือนเท่านั้น

ชาวมิลเลนเนียลเริ่มมีพฤติกรรมธุรกรรมทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงไป จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อภาคธุรกิจสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารเป็นจำนวนมาก เนื่องจากพวกเขาต้องการวางแผนการเงินของตัวเองให้ได้รับความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

จากตารางผลสำรวจของ BAI เห็นว่า ชาวมิลเลนเนี่ยน ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ช่วงอายุ 18-37 ปี โดยกลุ่มคนเหล่านี้ต้องการความเชื่อใจในการลงทุน และคาดหวังประสบการณ์ที่ดีบน Online Banking Platform มากกว่าธนาคารพาณิชย์ ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกวางแผนธุรกรรมทางการเงินกับ Fintech มากกว่านั้นเอง

โดย Key Success factor ที่มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีการลงทุนของชาวมิลเลนเนียล คือ Better Digital Service, Better Digital Experience ซึ่งชาวมิลเลนเนียลนั้น มีพฤติกรรมต้องการใช้จ่ายเงินสะดวก สบายมากขึ้น จากการสำรวจพบว่า มีผู้ใช้สมาร์ทโฟนทำธุรกรรมทางการเงินบนแอปพลิเคชั่นมากถึง 70% และมี Feedback ต่อการใช้แอปพลิเคชั่นเฉลี่ย 32% รู้สึกยอดเยี่ยม 34% รู้สึกดีมาก 27% รู้สึกดี และมีเพียงแค่ 6% กล่าวว่าไม่ดี

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คนส่วนมากหันมาใช้เครื่องมือทางการเงินที่สะดวกสบายและรวดเร็วกว่าในอดีต แต่อย่างไรก็ตาม… เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ถึงแม้หลายคนจะมองว่า Fintech Startup เข้ามา Disrupt ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ แต่ปัจจุบันมีแนวโน้มว่า Fintech Startup เป็น Partnership กับธนาคารหลายๆ แห่งเป็นส่วนมาก คนรุ่นใหม่มีการปรับเปลี่ยนวิธีปฎิสัมพันธ์กับบริการทางการเงินที่แตกต่างออกไปจากเดิม โดยจะเข้าหาธนาคารแบบ Consumer Friendly

ดังนั้นเทคโนโลยีทางการเงินจะเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจการเงินรูปแบบใหม่ ความต้องการธุรกิจด้าน FinTech ธุรกิจธนาคารเพื่อรายย่อย และธุรกิจบริหารความมั่งคั่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เป็นการเปิดโอกาสให้ทั้งธนาคารขนาดใหญ่ ผู้เล่นรายใหม่แทนที่จะแข่งขันกัน แต่กลับหันมาร่วมมือกันเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันอุตสาหกรรมการเงินนี้มากขึ้น

Cr: The Financial Brand

.

.

Follow us on

Line: @fintechthailand

Instagram: fintechthailand

 

#Fintech  #FintechThailand #Disruption